รัฐเตรียมผุดบ้านพัก’วัยเก๋า’รองรับข้าราชการ-คนระดับกลาง

โครงการบ้านพักผู้สูงอายุหลายแห่งที่ รัฐดูแลตอนนี้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในคนที่มีฐานะระดับกลาง ซึ่งภาครัฐ มีแผนจะสร้างบ้านพักแห่งใหม่ใน จ.ชลบุรี เพื่อให้ข้าราชการบำนาญ และผู้มีกำลังทรัพย์ได้เข้าอยู่

สมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า ปีนี้มีแผนสร้างบ้านพักผู้สูงอายุนำร่องที่จังหวัดชลบุรี โดยกรมผู้สูงอายุเป็นแม่งานหลัก เบื้องต้นประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์, สวางคนิเวศ ของสภากาชาดไทย, สถาปนิก จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการวางแนวทางคาดว่า เสนอแผนให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติทันวันผู้สูงอายุเดือนเมษายนปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้สูงอายุ

โครงการนำร่องที่แรกใช้พื้นที่ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่สภากาชาดไทยมีการสร้างโรง พยาบาลไว้รองรับอยู่แล้ว โครงการนี้จะออกแผนแม่บทในเดือนมกราคม จากนั้นจะขออนุญาตใช้ที่จากกรมธนารักษ์ เดือนกุมภาพันธ์ พอเดือนมีนาคม จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ และเดือนเมษายนเสนอเข้าที่ประชุม ครม.

โครงการที่ อ.บางละมุง ติดกับทะเลพื้นที่ 48 ไร่ ขนาด 300 ยูนิต สูง 5 ชั้น อาคารหลังหนึ่งมี 39-40 ห้อง พื้นที่ห้องขนาด 33 ตารางเมตร และ 45 ตารางเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นศูนย์กลางของผู้สูงอายุ ซึ่งขณะนี้ ในพื้นที่มีสนามเปตอง ห้องดูภาพยนตร์ ห้องคาราโอเกะ หากก่อสร้างอาคารใหม่แล้วเสร็จ จะใช้เครื่องอำนวยความสะดวกร่วมกัน

ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบ โดยอาจารย์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามนโยบายมุ่งเน้นให้ในพื้นที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งสระว่ายน้ำ สนามกีฬาในร่ม ที่จอดรถ

คุณสมบัติผู้สูงอายุที่สามารถจองบ้านพักแห่งใหม่นี้ จะเน้นผู้ที่ลงทะเบียนรอบ้านพักที่ สวางคนิเวศ รวมถึงกลุ่มผู้ที่เป็นข้าราชการบำนาญ ผู้ที่สามารถจองได้ ต้องอายุ 55 ปีขึ้นไปมีการเข้าอยู่อาศัยทันที หากไม่ได้อยู่จะไม่อนุญาตให้จองห้อง โดยหลักเกณฑ์ 1 ห้อง สามารถพักได้มากสุด 2 คน สามี-ภรรยา หากคนหนึ่งเสียชีวิต อีกคนยังมีสิทธิในห้อง แต่ถ้าเสียชีวิตแล้วทั้ง 2 คน จะนำห้องนั้นให้ผู้พักอาศัยรายใหม่

โครงการจะเริ่มก่อสร้างก่อนเดือนกันยายนปีนี้ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ปีจึง จะแล้วเสร็จ ราคาต้นทุนต่อห้องประมาณ 1,000,000 บาท ในห้อง 45 ตารางเมตร สำหรับผู้ที่สนใจจองจะมีการเก็บเงินมัดจำ ไม่เกิน 6 ผู้ดูแลงวด ซึ่งเมื่อตึกสร้างเสร็จผู้อยู่อาศัยต้องจ่ายเงิน ค่าห้องทั้งหมด

เบื้องต้นสรุปว่าจะมีการเก็บค่ารายเดือน 3,500 บาท สำหรับ 1 คน และ 4,500 บาท สำหรับ 2 คน โดยเงินส่วนนี้หากเหลือจากค่าใช้จ่ายจะเป็นกองทุนให้กับผู้ชราที่เกิดเจ็บป่วยและไม่มีญาติไว้ช่วยเหลืออีกทาง นอกจากเงินช่วยเหลือที่หักจากการซื้อห้อง 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเงินกองทุนเหล่านี้หมดจะใช้เงินในส่วนของผู้ชราที่ยากไร้ ซึ่งรัฐมีการจัดสรรให้มาช่วยเหลือ

‘บทเรียนของ ‘สวางคนิเวศ” ทำให้มีการปรับรูปแบบ หากผู้สูงอายุที่อยู่ในโครงการใหม่ป่วยต้องพยายามพาเขากลับบ้าน โดยมีเงื่อนไขว่า หากกลับไปอยู่บ้านจะคืนเงินให้ 40 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีญาติ จะย้ายจากห้องบนตึก มาอยู่ตึกชั้นเดียวที่เป็นเรือนพยาบาล ถ้าป่วยในระยะ 3 เดือน ไปพบแพทย์แล้วหาย สามารถช่วยตัวเองได้ จะได้กลับไปอยู่ห้องเดิมบนตึก”

หากไม่หายจากอาการป่วย และไม่มีญาติ จะนำเงิน 40 เปอร์เซ็นต์ มาใช้ในการรักษา โดยย้ายมาอยู่ในอาคารพยาบาลชั้นเดียว และนำห้องเดิมให้ผู้อยู่อาศัยใหม่เข้าแทน แต่ถ้าเกิดเงินหมดไม่เพียงพอในการใช้จ่าย จะย้ายไปอยู่ในอาคารผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งรัฐจะเป็นผู้ดูแล

เมื่อเปิดพื้นที่นี้จะมีทั้งบ้านพักของผู้สูงอายุที่มีกำลังทรัพย์ดูแลได้ในระดับกลาง และระดับล่าง จนถึงผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ ตอนนี้ได้คุยกับบริษัทประกัน เพื่อวางแผนในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุในโครงการ โดยคาดว่า จะนำเงินรายเดือนที่เหลือจากค่าใช้จ่ายมาสมทบเพื่อจ่ายประกันรายบุคคล

ขณะเดียวกันในปีหน้าผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินเป็นล้านบาท ในพื้นที่เดียวกันของ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จะมีการสร้างอาคารร่วมกับการเคหะแห่งชาติ ให้กับผู้ชราที่มีรายได้น้อย โดยคิดค่าเช่า เดือนละ 4,000 – 5,000 บาท มีทั้งหมด 33 กว่ายูนิต ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกัน

หลังจากโครงการแรกนี้เสร็จแล้ว มีแผนที่จัดสร้างต่อในจังหวัดนครนายก เชียงใหม่ และเชียงราย ซึ่งมีพื้นที่แล้ว แต่ กำลังปรึกษาและเตรียมหาเอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐ.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Posted in ข่าวประชาสัมพันธ์.