อีก 4 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว มีการคาดการณ์กันว่าจะมีผู้สูงอายุมากถึง 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด

คิดง่ายๆ คือจะมีผู้สูงอายุ 1 คนในประชากรทุกๆ 5 คน และหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญคือที่อยู่อาศัยสำหรับบรรดาประชากรอาวุโส ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่จะต้องเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ

เพจเฟซบุ๊ก FEED เพจไลฟ์สไตล์ในเครือมติชน จึงเดินทางไปที่หมู่ 2 ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคาร “สวางคนิเวศ” ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบซื้อสิทธิ์เข้ามาอยู่ ที่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกๆ ในประเทศไทย

อาคาร “สวางคนิเวศ” อยู่ภายใต้กำกับของสภากาชาดไทย ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2539 ในรูปแบบคอนโดมิเนียมเพื่อผู้สูงอายุที่มีฐานะระดับปานกลาง มีทั้งหมด 9 อาคาร จำนวน 468 ห้อง บนพื้นที่ 23 ไร่

“อุษา ราชปรีชา” ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศ บรรยายว่า สวางคนิเวศถูกออกแบบเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ทั้งด้านสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาด ลิฟต์ ประตูห้องกว้าง 90 เซนติเมตร ไม่มีธรณีประตู พื้นห้องไม่ลื่น มีอุปกรณ์จับในห้องน้ำ ปุ่มฉุกเฉินขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง สระว่ายน้ำ

และสังคมที่เงียบสงบ เป็นอิสระ ภายใต้คำขวัญ “ชีวิตอิสระ มีคุณค่า พึ่งพาตนเอง”

ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศอธิบายต่อว่า บ้านพักผู้สูงอายุในประเทศไทยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือหนึ่ง ที่พักสำหรับผู้สูงอายุที่รัฐบาลเป็นผู้ดูแลและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และสอง ที่พักสำหรับผู้สูงอายุที่เสียค่าใช้จ่ายเอง ทั้งในรูปแบบการซื้อสิทธิ์เข้าอยู่โดยไม่สามารถขายต่อ-ส่งมอบได้ และขายต่อหรือส่งมอบเป็นมรดกได้

 

สำหรับอาคารสวางคนิเวศเป็นประเภทการซื้อสิทธิ์เข้ามาอยู่ โดยราคาค่าห้องขึ้นอยู่กับขนาดของห้องพัก ทำเล และทิศทางลม เริ่มตั้งแต่ 650,000 บาท ถึง 1,700,000 บาท

เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการเข้าพักอาศัยในอาคารสวางคนิเวศคือ จะต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไป เป็นคนไทย มีร่างกายแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้ ไม่ป่วยติดเตียง ซึ่งผู้พักอาศัยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดูแลตัวเองได้ตลอดชีวิต รวมไปถึงค่าอาหาร ค่าส่วนกลาง และค่าน้ำ-ค่าไฟด้วย

กรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถจ่ายค่าส่วนกลางได้ หรือป่วยติดเตียงโดยไม่มีญาติหรือผู้ดูแล ทางอาคารสวางคนิเวศจะส่งต่อผู้สูงอายุให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น สถานสงเคราะห์คนชราของรัฐ มูลนิธิ และองค์กรการกุศล

และหากผู้สูงอายุเสียชีวิต ห้องพักจะถูกส่งคืนสภากาชาดไทย ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนต่อให้บุคคลอื่นได้

“ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุระดับ Middle Class ต้องมีเงินที่จะเลี้ยงตัวเองได้ตลอดชีวิต และ 75% ของผู้สูงอายุที่อาศัยที่นี่เป็นสาวโสด อีก 25% ก็จะแบ่งเป็นสามี-ภรรยาที่ไม่มีบุตร

“ส่วนใหญ่ทำงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ธนาคาร เมื่อเกษียณอายุแล้วอยากจะมาอยู่ในสังคมแบบนี้มากกว่าการอยู่ดูแลบ้านหลังใหญ่ๆ ให้เป็นภาระ” ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศระบุ

ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศเล่าว่า สิ่งที่ผู้สูงอายุจะได้รับจากที่นี่คือ ความปลอดภัยในการพักอาศัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ใช้ระบบคีย์การ์ดในการเข้า-ออก และตรวจสอบบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในบริเวณที่พัก

รวมไปถึงการดูแลในด้านอื่นๆ โดยมีพยาบาลเข้าเวรดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หากผู้สูงอายุเจ็บป่วยก็สามารถกดปุ่มฉุกเฉินได้ตลอดเวลา

มีกิจกรรมสันทนาการ ห้องดนตรี ห้องออกกำลังกาย ห้องคาราโอเกะ ห้องพระสำหรับสวดมนต์ ห้องพยาบาล นักกายภาพบำบัด บริการตรวจสุขภาพประจำปี Wi-Fi ฟรี รถตู้บริการรับ-ส่งไปสถานที่ต่างๆ ฌาปนกิจศพ และสิ่งสำคัญคือ สังคมที่ผู้สูงอายุจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ของเรามีกิจกรรมสัญจรจัดทัวร์พาไปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง เมื่อผู้สูงอายุได้ไปเที่ยวด้วยกัน พวกเขาคุยกันรู้เรื่อง จะคอยดูแลกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขมาก ไม่ต้องไปรอว่าเมื่อไหร่ลูกหลานจะว่างพาไปเที่ยว”

ภายในอาคารสวางคนิเวศยังมีบริการเสริมให้กับผู้สูงอายุ เช่น บริการสั่งอาหารไปส่งที่ห้องพัก บริการซักผ้า-รีดผ้า บริการทำความสะอาด บริการรถกอล์ฟรับ-ส่งในพื้นที่ ซึ่งผู้สูงอายุจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศยังฝากถึงหนุ่ม-สาววัยทำงานและกลุ่มที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ภาวะสูงวัย ให้เตรียมความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการออมเงินไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ ให้พึ่งพาตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

“สิ่งสำคัญ เราไม่ต้องไปหวังพึ่งลูกหลาน อย่าไปคิดหวังพึ่งเลย เพราะว่าสังคมเปลี่ยน ความคิดของเด็กก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อน

“สมัยเราอายุ 50-60 เรายังคงรู้สึกผูกพันกับพ่อ-แม่ แต่ ณ ปัจจุบัน มันเริ่มไม่ใช่แล้ว พอพวกเขาโตขึ้น เขาก็ไปเรียนมหาวิทยาลัย เขาไปอยู่หอพัก ความผูกพันทางครอบครัวก็เริ่มห่าง บางครอบครัวก็เกิดปัญหามากมาย จึงอยากจะบอกว่าต้องใช้เงินให้ถูกทาง เก็บออมเงินไว้ให้มากๆ เพื่อดูแลตัวเอง”

คุณป้าอนงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี หนึ่งในผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในอาคารสวางคนิเวศ เล่าว่า ในอดีตตัวเองทำงานด้านการเงิน มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นคนโสดไม่มีลูก อาศัยอยู่กับน้องสาวและหลานๆ

แต่เมื่อเกษียณอายุ ความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยนไป รู้สึกคุณค่าในตัวเองลดลง ไม่ได้ออกไปทำงานเหมือนเดิม และเริ่มรู้สึกเกรงใจน้องสาวและหลานๆ ไม่อยากเป็นภาระให้พวกเขา บางครั้งก็รู้สึกเหงา เมื่อจะต้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะทุกคนไปทำงานกันหมด จึงตัดสินใจนำเงินเก็บมาจองสิทธิ์ เพื่อย้ายมาอยู่ที่อาคารสวางคนิเวศ

“ป้ามีความสุขนะ อยู่ที่นี่ป้ามีเพื่อน ใช้ชีวิตกันอย่างอิสระ ตื่นเช้ามาก็ออกกำลังกาย ทำกิจกรรม อยากจะไปเที่ยวไหนก็มีเพื่อนไป บางครั้งก็ชวนกันขับรถออกไปกินข้าว ไปช้อปปิ้ง ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าที่ช่วยเหลือตัวเองได้ หากเจ็บป่วยก็มีพยาบาลช่วยดูแล และส่งรักษาที่โรงพยาบาล”

ส่วนสาเหตุที่เลือกนำเงินล้านมาซื้อสิทธิ์เข้าอยู่ที่อาคารสวางคนิเวศแทนการซื้อคอนโดมิเนียมหรือซื้อบ้านที่เป็นของตัวเอง เนื่องจากรู้สึกถึงความแตกต่างของสังคม

โดยหากซื้อคอนโดมิเนียมหรือบ้านเป็นของตัวเอง แม้จะสามารถขายต่อได้ก็จริง แต่ต้องอยู่คนเดียว ต่างจากอาคารสวางคนิเวศ ซึ่งที่นี่เป็นจุดรวมตัวกันของผู้สูงอายุ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้เรามีเพื่อน ไม่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว

และเงินที่เราจ่ายไปก็ไม่เคยรู้สึกเสียดาย เพราะมันเปรียบเสมือนการทำบุญครั้งสุดท้ายของชีวิต

ณ ปัจจุบัน อาคารสวางคนิเวศยังไม่มีโครงการขยายห้องพักเพิ่มเติม และมีผู้พักอาศัยเต็มพื้นที่ทั้งหมดแล้ว

ส่วนผู้ที่สนใจเข้าพักในอนาคตสามารถติดต่ออาคารสวางคนิเวศ สภากาชาดไทย เพื่อจองคิวซื้อสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้มีผู้สูงอายุรอต่อคิวอยู่กว่า 700 คน

สำหรับอาคารสวางคนิเวศเป็นประเภทการซื้อสิทธิ์เข้ามาอยู่ โดยราคาค่าห้องขึ้นอยู่กับขนาดของห้องพัก ทำเล และทิศทางลม เริ่มตั้งแต่ 650,000 บาท ถึง 1,700,000 บาท

เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการเข้าพักอาศัยในอาคารสวางคนิเวศคือ จะต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไป เป็นคนไทย มีร่างกายแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้ ไม่ป่วยติดเตียง ซึ่งผู้พักอาศัยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดูแลตัวเองได้ตลอดชีวิต รวมไปถึงค่าอาหาร ค่าส่วนกลาง และค่าน้ำ-ค่าไฟด้วย

กรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถจ่ายค่าส่วนกลางได้ หรือป่วยติดเตียงโดยไม่มีญาติหรือผู้ดูแล ทางอาคารสวางคนิเวศจะส่งต่อผู้สูงอายุให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น สถานสงเคราะห์คนชราของรัฐ มูลนิธิ และองค์กรการกุศล

และหากผู้สูงอายุเสียชีวิต ห้องพักจะถูกส่งคืนสภากาชาดไทย ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนต่อให้บุคคลอื่นได้

“ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุระดับ Middle Class ต้องมีเงินที่จะเลี้ยงตัวเองได้ตลอดชีวิต และ 75% ของผู้สูงอายุที่อาศัยที่นี่เป็นสาวโสด อีก 25% ก็จะแบ่งเป็นสามี-ภรรยาที่ไม่มีบุตร

“ส่วนใหญ่ทำงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ธนาคาร เมื่อเกษียณอายุแล้วอยากจะมาอยู่ในสังคมแบบนี้มากกว่าการอยู่ดูแลบ้านหลังใหญ่ๆ ให้เป็นภาระ” ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศระบุ

ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศเล่าว่า สิ่งที่ผู้สูงอายุจะได้รับจากที่นี่คือ ความปลอดภัยในการพักอาศัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ใช้ระบบคีย์การ์ดในการเข้า-ออก และตรวจสอบบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในบริเวณที่พัก

รวมไปถึงการดูแลในด้านอื่นๆ โดยมีพยาบาลเข้าเวรดูแลตลอด 24 ชั่วโมง หากผู้สูงอายุเจ็บป่วยก็สามารถกดปุ่มฉุกเฉินได้ตลอดเวลา

มีกิจกรรมสันทนาการ ห้องดนตรี ห้องออกกำลังกาย ห้องคาราโอเกะ ห้องพระสำหรับสวดมนต์ ห้องพยาบาล นักกายภาพบำบัด บริการตรวจสุขภาพประจำปี Wi-Fi ฟรี รถตู้บริการรับ-ส่งไปสถานที่ต่างๆ ฌาปนกิจศพ และสิ่งสำคัญคือ สังคมที่ผู้สูงอายุจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ของเรามีกิจกรรมสัญจรจัดทัวร์พาไปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง เมื่อผู้สูงอายุได้ไปเที่ยวด้วยกัน พวกเขาคุยกันรู้เรื่อง จะคอยดูแลกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขมาก ไม่ต้องไปรอว่าเมื่อไหร่ลูกหลานจะว่างพาไปเที่ยว”

ภายในอาคารสวางคนิเวศยังมีบริการเสริมให้กับผู้สูงอายุ เช่น บริการสั่งอาหารไปส่งที่ห้องพัก บริการซักผ้า-รีดผ้า บริการทำความสะอาด บริการรถกอล์ฟรับ-ส่งในพื้นที่ ซึ่งผู้สูงอายุจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้จัดการอาคารสวางคนิเวศยังฝากถึงหนุ่ม-สาววัยทำงานและกลุ่มที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ภาวะสูงวัย ให้เตรียมความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการออมเงินไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ ให้พึ่งพาตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

“สิ่งสำคัญ เราไม่ต้องไปหวังพึ่งลูกหลาน อย่าไปคิดหวังพึ่งเลย เพราะว่าสังคมเปลี่ยน ความคิดของเด็กก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อน

“สมัยเราอายุ 50-60 เรายังคงรู้สึกผูกพันกับพ่อ-แม่ แต่ ณ ปัจจุบัน มันเริ่มไม่ใช่แล้ว พอพวกเขาโตขึ้น เขาก็ไปเรียนมหาวิทยาลัย เขาไปอยู่หอพัก ความผูกพันทางครอบครัวก็เริ่มห่าง บางครอบครัวก็เกิดปัญหามากมาย จึงอยากจะบอกว่าต้องใช้เงินให้ถูกทาง เก็บออมเงินไว้ให้มากๆ เพื่อดูแลตัวเอง”

คุณป้าอนงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี หนึ่งในผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในอาคารสวางคนิเวศ เล่าว่า ในอดีตตัวเองทำงานด้านการเงิน มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นคนโสดไม่มีลูก อาศัยอยู่กับน้องสาวและหลานๆ

แต่เมื่อเกษียณอายุ ความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยนไป รู้สึกคุณค่าในตัวเองลดลง ไม่ได้ออกไปทำงานเหมือนเดิม และเริ่มรู้สึกเกรงใจน้องสาวและหลานๆ ไม่อยากเป็นภาระให้พวกเขา บางครั้งก็รู้สึกเหงา เมื่อจะต้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะทุกคนไปทำงานกันหมด จึงตัดสินใจนำเงินเก็บมาจองสิทธิ์ เพื่อย้ายมาอยู่ที่อาคารสวางคนิเวศ

“ป้ามีความสุขนะ อยู่ที่นี่ป้ามีเพื่อน ใช้ชีวิตกันอย่างอิสระ ตื่นเช้ามาก็ออกกำลังกาย ทำกิจกรรม อยากจะไปเที่ยวไหนก็มีเพื่อนไป บางครั้งก็ชวนกันขับรถออกไปกินข้าว ไปช้อปปิ้ง ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าที่ช่วยเหลือตัวเองได้ หากเจ็บป่วยก็มีพยาบาลช่วยดูแล และส่งรักษาที่โรงพยาบาล”

ส่วนสาเหตุที่เลือกนำเงินล้านมาซื้อสิทธิ์เข้าอยู่ที่อาคารสวางคนิเวศแทนการซื้อคอนโดมิเนียมหรือซื้อบ้านที่เป็นของตัวเอง เนื่องจากรู้สึกถึงความแตกต่างของสังคม

โดยหากซื้อคอนโดมิเนียมหรือบ้านเป็นของตัวเอง แม้จะสามารถขายต่อได้ก็จริง แต่ต้องอยู่คนเดียว ต่างจากอาคารสวางคนิเวศ ซึ่งที่นี่เป็นจุดรวมตัวกันของผู้สูงอายุ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้เรามีเพื่อน ไม่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว

และเงินที่เราจ่ายไปก็ไม่เคยรู้สึกเสียดาย เพราะมันเปรียบเสมือนการทำบุญครั้งสุดท้ายของชีวิต

ณ ปัจจุบัน อาคารสวางคนิเวศยังไม่มีโครงการขยายห้องพักเพิ่มเติม และมีผู้พักอาศัยเต็มพื้นที่ทั้งหมดแล้ว

ส่วนผู้ที่สนใจเข้าพักในอนาคตสามารถติดต่ออาคารสวางคนิเวศ สภากาชาดไทย เพื่อจองคิวซื้อสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้มีผู้สูงอายุรอต่อคิวอยู่กว่า 700 คน

ที่มา : https://www.matichonweekly.com/column/article_292149